เนื้อหา : บทความสาระน่ารู้
หมวดหมู่ : บทความสุขภาพ
หัวข้อเรื่อง : \"ผึ้ง\"รักษาโรค ความเชื่อหรือวิทยาศาสตร์

อังคาร ที่ 30 เดือน มกราคม พ.ศ.2550

คะแนน vote : 1797  

 เมื่อกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเอาไว้ว่า คลินิกเอกชนแห่งหนึ่งในจีนกำลังโด่งดัง มีบรรดาผู้ป่วยพากันเข้าคิวรอรับการรักษากันเป็นจำนวนมาก

คลินิกแห่งนั้นเป็นคลินิกฝังเข็มของ หมอหวัง เมิ่งหลิน หมอแผนโบราณชาวจีน ตั้งอยู่ชานกรุงปักกิ่ง ประกอบอาชีพฝังเข็มให้ผู้ป่วยมานาน เพิ่งจะดังขึ้นมาหลังจากนำเอาวิธีการรักษาใหม่เข้ามาใช้ นั่นคือ แทนที่จะเป็นการฝังเข็มธรรมดา หมอหวังเปลี่ยนไปเป็นการใช้ผึ้งเป็นๆ กับเหล็กไนของมันฝังให้กับผู้ป่วย ทิ้งไว้ให้ผึ้งปล่อยพิษในเหล็กไนเข้าไปในร่างกายผู้ป่วย ถอนเหล็กไนออก เป็นอันสำเร็จ ส่วนผึ้งก็จะตายไปตามธรรมชาติของมัน

หมอหวังบอกว่า ผึ้งที่ใช้ไม่ใช่ผึ้งทั่วไป แต่ต้องเป็นพันธุ์พิเศษที่สั่งนำเข้าจากประเทศ "อิตาลี" เท่านั้น

จนถึงตอนนี้ หมอหวังใช้วิธีนี้รักษาผู้ป่วยมาแล้วมากกว่า 27,000 ราย ชื่อเสียงขจรขจาย มีคนไข้มากมายอย่างที่ว่า

อันที่จริง การใช้พิษจากเหล็กไนผึ้งรักษาโรค มีการศึกษากันอยู่ไม่น้อย กระทั่งเคยมีบันทึกเอาไว้ว่า จักรพรรดิชาร์ลมาญจ์ แห่งอาณาจักรโรมันก็เคยได้รับการบำบัดนี้ ถึงกับมีชื่อเรียกจำเพาะว่า "เอปิเธราพี" หรือ "ผึ้งบำบัด" ด้วยเหตุที่ว่า ภายในพิษของผึ้งนั้นมีสารเคมีหลายอย่างที่มีคุณค่าในทางการแพทย์ อาทิ ฮีสตามีน เซอโรโตนิน และโดพามิน ซึ่งใช้รักษาอาการปวด ไม่ว่าอาการปวดเอว ปวดคอ และกล้ามเนื้อ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีการนำมาใช้บำบัดอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อเข่าเสื่อมได้

ปัญหาก็คือ คลินิกของหมอหวัง โฆษณาเอาไว้ชัดเจนว่า ผึ้งบำบัดของตน สามารถรักษาได้ "ทุกโรค" เป็นวิธีการรักษาที่มีขีดความสามารถ "ครอบจักรวาล" เลยทีเดียว ตั้งแต่โรคปวดข้อ ไปจนถึงโรคมะเร็ง

มีคนไข้รายหนึ่งของหมอหวังบอกว่า แพทย์แผนปัจจุบัน ตรวจพบมะเร็งในร่างกายตนเองทั้งที่ปอดและสมอง ให้เวลามีชีวิตอยู่แค่ปีเศษ แต่จนถึงบัดนี้ วิธีการบำบัดด้วยผึ้งของหมอหวัง ช่วยให้เขาอยู่มาได้นานกว่านั้นมาแล้วเท่าตัว แถมยังแข็งแรงดีอีกต่างหาก

แต่สมาคมมะเร็งอเมริกัน ไม่เห็นด้วยกับการกล่าวอ้างที่ว่านี้ เหตุผลสำคัญก็คือ สารที่อยู่ในพิษของผึ้งนั้น ไม่เคยมีผลการศึกษาทดลองใดๆ มารองรับว่ารักษามะเร็งได้

 

ในซีกโลกตะวันตก เคยมีการใช้ผึ้งบำบัดไปรักษาโรคเอ็มเอส หรือโรคประสาทอักเสบ ที่อาจก่อให้เกิดความพิการได้มากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ มาแล้วเช่นกัน แต่สมาคมโรคเอ็มเอสแห่งชาติ ของสหรัฐอเมริกา ก็ออกมายืนยันเช่นกันว่า จากการศึกษาด้วยวิธีการสุ่มรักษา 24 สัปดาห์ ไม่เคยปรากฏผลว่าพิษของผึ้งรักษาอาการของโรคนี้ได้

ดังนั้น ในทางวิทยาศาสตร์ จึงเชื่อว่า ผึ้งบำบัด เป็นเพียงวิธีการ "บำบัด" ไม่ใช่การ "รักษา" ที่เข้าไปแก้ปฐมเหตุของโรค

ในประเทศจีน แพทย์แผนโบราณยังมีความสำคัญอยู่มาก ทุกโรงพยาบาลที่นั่นจึงมีแผนกรักษาด้วยวิธีการรักษาแบบดั้งเดิม ตั้งแต่ฝังเข็มเรื่อยไปจนถึงวิธีการบำบัดด้วยสมุนไพรและอื่นๆ อยู่ด้วยเสมอ ผู้เฒ่าผู้แก่ในเมืองจีนยังคงยึดติดอยู่กับการรักษาโรคแบบนี้ ไม่เพียงแต่ด้วยเหตุผลเรื่องของความเชื่อ แต่ยังเป็นไปด้วยเหตุผลในทางเศรษฐกิจ ที่การรักษาตามแนวสมัยใหม่นั้นค่าใช้จ่ายสูงมาก มูลค่าการรักษาด้วยแพทย์แผนโบราณในจีนถึงสูงถึง 31 เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

คุณค่าของการรักษาด้วยแพทย์แผนโบราณก็ใช่ว่าจะมองข้ามไปง่ายๆ ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่ดีที่สุดก็คือ การศึกษาตำรับแพทย์แผนโบราณ เพื่อให้สามารถพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ ว่ามีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลจริงๆ

เช่นนี้นอกจากช่วยรักษาการแพทย์แผนโบราณที่มีประโยชน์ให้คงอยู่ต่อไป ผู้ป่วยทั้งหลายก็ได้ประโยชน์มหาศาลจากการนี้ตามไปด้วยเช่นกัน

 

 

 


ที่มา นสพ.มติชน ภาพ อินเทอร์เน็ต


 


เข้าชม : 4106


บทความสุขภาพ 5 อันดับล่าสุด

      \"ผึ้ง\"รักษาโรค ความเชื่อหรือวิทยาศาสตร์ 30 / ม.ค. / 2550
      ณประโยชน์จากแอปเปิ้ล และบลูเบอร์รี่ มาช่วยลดความเครียด 11 / ก.พ. / 2554
      ใครที่ชอบทานเต้าหู้ 19 / มิ.ย. / 2551
      อาบน้ำให้หมดจด ห่างไกลโรคภัย 27 / เม.ย. / 2551




ชื่อ/Email :
ใส่รหัสที่ท่านเห็นลงในช่องนี้ [กด F5 ถ้ารหัสไม่ชัดเจน]
ไอคอน : ย่อหน้า จัดซ้าย จัดกลาง จัดขวา ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้ ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
อ้างอิงคำพูด เพิ่มเพลง เพิ่มวีดีโอคลิป เพิ่มรูปภาพ เพิ่มไฟล์ Flash เพิ่มลิงก์ เพิ่มอีเมล์
ความคิดเห็น :


กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพ และอย่าใช้คำพูดที่พาดพิงถึงบุคคลอื่นให้เสียหาย ขอขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของระบบไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม กรุณาแจ้งที่ mocyc@hotmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป